11 ก.ย. 2555

รู้นิสัย จาก "สาร" ที่มีในตัวคุณ < ตรงมา


แบบทดสอบจิตวิทยา
 
นิสัยคุณ คือ สารตัวไหน ?




วิธีทำแบบทดสอบ
i. เขียนตัวเลขข้อทุกข้อ ที่รู้สึกว่าใช่ตัวคุณ
ii. แล้วนำไปเช็คกับตารางที่จะใส่ไว้ท้ายสุด อย่าพึ่งดูก่อนนะคะ
iii. เมื่อเช็คกับตารางแล้วก็นับตัวอักษรว่าได้แบบไหนมากที่สุด ก็จะรู้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน
เรามาเริ่มทีละขั้นตอนค่ะ
UploadImage i. มาเริ่มเลือกกันเลย เตรียมปากกา กระดาษ อ่านข้อ 1-45 เขียนตัวเลข ทุกข้อ ที่รู้สึกว่าใช่ตัวคุณ เช่น ข้อ 1 ตรง ก็บันทึกข้อ 1 ไว้(ยอมรับตัวเองกันหน่อยนะ อิอิ)
1. เวลาชอบใครหรือแค่แอบปิ๊ง คุณก็คิดไกลเผื่อใจไปถึงตอนที่เลิกกันซะแล้ว
2. คุณมักจะเบื่อความซ้ำซากของหวานใจ ที่ชอบชวนไปเดทแต่ที่เดิมๆ
3. เคยรู้สึกเหมือนว่า มีคนเดินตามอยู่ข้างหลัง ทั้งที่ไม่มีใคร
4. ต้องลงแดงแน่ๆ ถ้าวันไหนไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ซักกะครั้ง
5. ชอบเรื่องตื่นเต้นผจญภัย เพราะมันทำให้ชีวิตมีรสชาติ
6. เป็นพวกนอนหลับยาก
7. เจ็ทสกีหรือบันจี้จัมพ์ คุณรู้สึกว่าตัวเองน่าจะเล่นได้นะ
8. ถึงคำชมไม่ใช่สตางค์ แต่ก็อยากได้ยินบ่อยๆ
9. ถ้าทั้งวันไม่ได้พูดกับใคร ต้องท้องเสียเพราะน้ำลายบูดแน่ๆ
10. เป็นคนตัดสินใจรอบคอบ แต่มักโดนเพื่อนว่า ว่าเป็นพวกย้ำคิดย้ำทำซะงั้น
11. ชอบทำตัวสะดุดตา เป็นเจ้าแม่ปาร์ตี้ตัวจริงเสียงจริง
12. บางทีก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมา อย่างกับว่ามีคนแอบกินแรง
13. เมื่อมีความคิดไม่ตรงกัน คุณพร้อมเสมอที่จะเถียง ถึงจะเสี่ยงต่อการทะเลาะก็เหอะ
14. ความรู้สึกของคุณอ่อนไหว แต่บางทีก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเหมือนกันนะนี่
15. วันหยุดแทบไม่เคยอยู่บ้าน เพราะอยู่แล้วร้อนรุ่มไงไม่รู้
16. คุณขอลาป่วยแน่ๆ ถ้าจะต้องออกไปพูดที่หน้าเสาธง(นักเรียน) หรือ ห้องประชุมใหญ่ๆ (คนทำงาน)
17. ไม่เคยรังเกียจเรื่องการมีกิ๊ก
18. เป็นประชาสัมพันธ์ที่ดี ยิ่งเป็นเรื่องลับๆของชาวบ้านไม่พลาดแน่ เม้าส์กระจาย
19. สามารถพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก เรื่องอกหัก ได้เสมอแหละ
20. บางทีก็ยอมฝืนใจทำอะไรที่ไม่อยากทำ เพื่อความสบายใจของคนอื่น
21. ไม่เคยไปโรงเรียนสายเลย
22. เป็นคนมีโลกส่วนตัว และไม่ค่อยชอบให้ใครมาวุ่นวาย
23. เป็นโรคแพ้พวกเครื่องเล่นหวาดเสียวตามสวนสนุก
24. ถ้าเพิ่งทะเลาะกับแฟนหรือกับเพื่อนมาหมาดๆ วันนั้นทั้งวันจะเรียน/ทำงานไม่รู้เรื่อง
25. คุณเบื่อพวกคนดี๊….คนดี มีน้ำใจ เพราะรู้สึกว่าเสแสร้งแกล้งตบตา
26. จะรู้สึกหดหู่ใจถ้ารู้ว่าเพื่อนไปเที่ยวกัน โดยไม่ยอมชวนคุณ
27. ไม่รู้ว่าการลงทะเบียนจดหมาย หรือส่ง EMS เค้าทำกันยังไง
28. ชอบคุยกับคนท้องถิ่นหรือแม่ค้าเวลาที่ไปเที่ยวต่างจังหวัด
29. สำหรับคุณเรื่องกินมาก่อนเรื่องอื่น
30. มักจะเก็บเรื่องมาคิดมาก ถ้าเผลอทำอะไรที่ผิดพลาดลงไป
31. มีสัตว์เลี้ยงหนึ่งตัวและก็น่ารักมาก
32. เป็นพวกบ้าเห่อ เวลาที่ต้องเจออะไรใหม่ๆ จะรู้สึกตื่นเต้นเป็นสเปเชียล
33. เคยรู้สึกปวดตึงที่ต้นคอ หรือเมื่อยล้าเพราะว่าเครียดๆๆ
34. มักมองโลกและคนอื่นในแง่ดีก่อนเสมอ
35. รู้สึกกระวนกระวายถ้าเพื่อนรักยังนอนซมอยู่ในห้องพยาบาล
36. มีเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนเพียบจนนับไม่ไหว
37. ชอบลองสินค้าใหม่ๆ ที่เพิ่งลงโฆษณาเป็นประจำ
38. ถึงใครจะบอกบ่อยว่าคนนี้น่ะฉันจอง แต่คุณก็ยังไม่แคร์
39. ชอบรู้สึกว่าจะต้องมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับตัวเองประจำ
40. ขอคุยกับใครก็ได้ มากกว่าจะให้อ่านหนังสือเงียบๆอยู่คนเดียว
41. มีงานคอนเสิร์ตทีไร จะต้องแดนซ์กระจายทู้กที
42. ชอบไปเที่ยวในสถานที่ใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำของเดิม
43. ไม่เคยเสียดายถ้าจะต้องหมดเงินไปแล้วได้ความสวย ความหล่อ ความน่ารัก มาแทน
44. ถ้าทำอะไรผิดพลาด มักจะโทษตัวเองเป็นอันดับแรก
45. หลับตาไม่เคยได้ ถ้าพรุ่งนี้จะได้ไปเที่ยวแล้วเอิง…เอย 
UploadImage  ii. เช็คดูว่าเลขข้อที่คุณเลือก ตรงกับอักษรใด A B หรือ C บันทึกไว้ เช่น คุณมีข้อ 1 = A เขียน A ไว้ มีข้อ 3 = C เขียน C ไว้ ไปเรื่อยๆจนหมดข้อที่คุณเลือก
UploadImage
  
UploadImage  iii. นับดูตัวอักษร แล้วดูว่าตัวไหนได้มากที่สุด แล้วดูการวิเคราะห์สารในตัวคุณได้เลย

 ได้อักษร A มากที่สุด
"คนน่ารัก"
คุณมีสารสื่อประสาท Noradrenaline มากเป็นพิเศษ ซึ่งจะทำให้คุณมองโลกในแง่ดี เข้าสังคมเก่ง ฉลาด มีสัณชาตญาณในการอ่านใจคนอื่นได้ และรู้จักเอาใจใส่ มีน้ำใจช่วยเหลือ ใส่ใจในปัญหาของคนอื่น ใครๆก็อยากอยู่ใกล้ๆคนอบอุ่นอย่างคุณ และมองว่าคุณมีนิสัยน่าคบหา แต่ข้อเสีย คือ คุณทำอะไรคนเดียวไม่ค่อยจะได้ บางทีก็คอยพึ่งพา นอกจากนี้ยังมีความอ่อนไหว ทำให้ต้องการการยอมรับจากคนอื่นมากไปหน่อย ก็ต้องหัดดูแลตัวเองเข้มแข็งให้มากกว่านี้หน่อยนะคะ
...
 ได้อักษร B มากที่สุด
"คนใจกว้าง"
เป็นคนที่มีสารสื่อประสาท Dopamline มากกว่าตัวอื่น ทำให้มีนิสัยอยากรู้อยากเห็น ช่างสงสัย คุณจะเป็นคนใจกว้าง ยอมรับสิ่งต่างๆได้ง่าย แต่การปรับตัวง่ายของคุณกับสิ่งต่างๆอย่างไวก็อาจทำให้เหมือนเป็นคนเฉยชา ไม่ค่อยจะรู้สึกตื่นเต้นกับอะไรซักเท่าไหร่ และเป็นคนที่เบื่ออะไรง่ายมากๆ บางทีจึงถูกมองว่าจับจดในบางเรื่อง นอกจากนี้ ยังเป็นพวกอยากได้อะไรต้องได้ แต่ถ้าเบื่อก็ทิ้งแบบไม่เสียดาย เกิดอาการกระเป๋าฟีบได้บ่อยมากกว่าคนอื่น รู้อย่างนี้แล้ว ก็คอยระมัดระวังส่วนนี้ไว้บ้างนะคะ
...
 ได้อักษร C มากที่สุด
"คนจริงจัง"
นิสัยของคุณถูกควบคุมด้วยสารสื่อประสาท Serotonline ซึ่งจะทำให้คุณเป็นคนจริงจัง มีความรับผิดชอบสูงมาก ใช้เหตุผลในการตัดสินใจมากกว่าอารมณ์ มีความยุติธรรม ไม่เอาเปรียบใคร แต่คุณค่อนข้างขี้ระแวง บางทีก็มองโลกในแง่ร้าย ลังเลในการตัดสินใจ ถ้าเผลอทำเรื่องผิดพลาดลงไป ก็มักคิดมาก นอกจากนี้ยังมักปิดบังซ่อนความรู้สึกของตัวเองไว้ เรียกได้ว่าสะสมความเครียดเป็นคอลเลกชั่นส่วนตัวเลยทีเดียว ต้องหัดทำใจปล่อยวาง ทำตัวสบายๆบ้างนะคะ

5 ก.ย. 2555

จิตวิทยา...ความลับของผู้ชาย


ความลับของผู้ชาย


UploadImage

photo credit : weheartit.com


ใครๆ ก็บอกว่าผู้ชายมาจากดาวอังคาร (หนังสือขายดีของ ดร.จอนห์ เกรย์ ที่เขียนถึงความแตกต่างของหญิงชาย เพื่อให้เกิดการยอมรับและเข้าใจ ลดความขัดแย้ง ในการสร้างสัมพันธภาพระหว่างกัน) วันๆ คิดแต่เรื่องกีฬา เบียร์ และเรื่องบนเตียง (บางทีอาจสลับกันก็ได้) พวกผู้ชายไม่ยอมถามเส้นทางเมื่อหลง ไม่เปิดเผยความรู้สึกในใจจริงไหม รายงานพิเศษของเราจะตีแผ่ความลับของผู้ชายซึ่งคุณอาจต้องประหลาดใจ
ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง และความเชื่อเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกของชาย

ใครสะอื้นไห้เวลาดูหนังเศร้า ใครจะเป็นจะตายเวลาอกหัก ไม่น่าเชื่อว่าคำตอบคือผู้ชาย ผลการศึกษาเผยว่าผู้ชายมีอารมณ์ความรู้สึกซับซ้อนและเข้าใจยากไม่แพ้ผู้หญิง บางครั้งอาจลึกลับจนแม้ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจ นับประสาอะไรกับผู้หญิง

แม้อารมณ์จะเป็นจุดเด่นที่สุดของผู้หญิงแต่ผู้ชายก็มีความอ่อนไหวและมีประสบการณ์ด้านอารมณ์ได้มากพอๆกัน ในการศึกษาภาวะด้านอารมณ์ของผู้ใหญ่ 500,000 คน กลุ่มตัวอย่างเพศชายระบุว่ารู้สึกอ่อนไหวสูงพอๆ กับกลุ่มตัวอย่างเพศหญิง การศึกษาคู่สามีภรรยาพบว่าทั้งสองอ่อนไหวต่อความเครียดของคู่สมรสมากเท่าๆ กัน แต่ก็สามารถปลอบโยนอีกฝ่ายได้ดีไม่แพ้กัน

แม้หญิงชายอาจถอนหายใจ ร้องไห้ เฮฮา กราดเกรี้ยว ตะโกน หรือแสดงความรำคาญได้บ่อยพอกัน แต่ทั้งสองเพศมีวิธีแสดงอารมณ์ต่างกัน “อารมณ์เป็นฉากหลังในชีวิตของผู้ชายขณะที่เป็นฉากหน้าในชีวิตของผู้หญิง” ดร. จอช โคลแมน นักจิตวิทยาผู้เขียนหนังสือ สามีจอมขี้เกียจ กล่าวว่า “ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน ส่งผลต่อความรู้สึกของผู้ชายซึ่งจัดหมวดหมู่สิ่งต่างๆ และมองทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลมากกว่า ดูเหมือนหญิงจะโอนอ่อนตามอารมณ์มากกว่าชายซึ่งพยายามจัดการกับอารมณ์เหล่านี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับทั้งสองฝ่าย ความสัมพันธ์ดีขึ้นและทั้งคู่ก็มีความสุขมากขึ้น”
กลไกในสมอง

UploadImage
photo credit : powerhomebiz.com
เมื่อ 13 ปีที่แล้ว คริส ชโรเดอร์ นักธูรกิจวัย 48 มีชีวิตเพียบพร้อม สุขภาพแข็งแรงมีงานที่ชอบ มีภรรยาและลูกสุดที่รักสองคน แต่ภายในหนึ่งเดือน ทุกอย่างก็พังทลายลง เมื่อเขาป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบจนต้องเข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล จากนั้นก็ถูกปลดออกจากงาน ชีวิตแต่งงานอับปางลง เขาคาดไม่ถึงว่าชีวิตจะเลวร้ายถึงเพียงนี้ คริสทวนความหลังว่า “ผมดำเนินชีวิตต่อไปแบบซังกะตาย แต่ไม่แสดงความรู้สึกในใจมากนัก ผมไม่เฉลียวใจเลยว่าเราควรปลดปล่อยความกลัดกลุ้มออกมาบ้าง และไม่รู้ด้วยว่าควรปล่อยอย่างไร”

ทำไมผู้ชายขาดความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ คำตอบคือต้องโทษสมอง ดร. เดวิด พาวเวล ประธานศูนย์ปฏิบัติการด้านสุขภาพนานาชาติ อธิบายว่า สมองของหญิงมีการสื่อสารระหว่างซีกซ้ายซึ่งควบคุมระบบเหตุผลกับซีกขวาซึ่งควบคุมการทำงานของอารมณ์ได้ดีกว่าสมองของชาย

ทั้งหมดนี้อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมผลการศึกษาในกลุ่มสังคมต่างวัฒนธรรม 125 ฉบับ จึงระบุว่าเด็กชายกับผู้ชายตีความสารที่ได้สื่ออกมาเป็นคำพูด เช่น อากัปกิริยา สีหน้า และน้ำเสียงของคู่สนทนาผิดพลาดกว่าผู้หญิง ผู้ชายยังมีปฏิกิริยาต่ออารมณ์น้อยกว่าและลืมได้เร็วกว่า

การทดลองที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดพบว่า ภาพสะเทือนอารมณ์ก่อให้เกิดปฏิกิริยาในสมองของหญิงมากกว่าชาย สามสัปดาห์ต่อมา ผู้หญิงยังจำรายละเอียดของภาพได้มากกว่า นักวิจัยตั้งข้อสันนิษฐานว่าผลการศึกษานี้น่าจะอธิบายว่าทำไมผู้หญิงจึงพร่ำบ่นเรื่องหยุมหยิมที่สามีลืมไปตั้งนาแล้ว

การหย่าร้างซึ่งที่จริงส่งผลกระทบต่อจิตใจของชายมากกว่าหญิงนั้น บางครั้งทำให้ผู้ชายต้องสำรวจอารมณ์ของตัวเองเสียใหม่ “นานหลายปีที่ผมต่อสู้กับความกลัดกลุ้ม ซึ่งสุมแน่นอยู่ในใจโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อใด ที่คุณตระหนักว่ามีอารมณ์บางอย่างคุกรุ่นอยู่ในใจ คุณจะรู้สึกว่าเก็บกักไว้เหมือนเดิมได้ยาก ตอนนี้ผมใช้ชีวิตให้มีค่าขึ้น รับรู้สมองฝ่ายความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น ถ้ารู้อย่างที่รู้ก่อนหน้านี้ ผมคงจะเป็นสามีที่ดีกว่านี้” นี่คือคำสารภาพของคริสซึ่งแต่งงานใหม่เมื่อไม่นานนี้หลังครองสถานะม่ายร่วมสิบปี
น้ำตาลูกผู้ชาย
ครั้งแรกที่โรเบิร์ต เวสต์โอเวอร์ วัย 41 เห็นพ่อร้องไห้ คือวันที่เขาสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนาวิกโยธินซึ่งทั้งพ่อและปู่เคยเรียนมาก่อน เนื่องจากเติบโตมากับพี่น้องผู้ชายสามคนในครอบครัวทหาร โรเบิร์ตจึงได้รับการปลูกฝังให้กินเร็ว พูดดังฟังชัดชอบการแข่งขันและเก็บกดความรู้สึก “การแสดงอารมณ์เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ชาย” โรเบิร์ตกล่าว

เด็กชายทุกคนได้รับการสั่งสอนแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก พออายุหนึ่งขวบก็เริ่มสบตาน้อยกว่าเด็กหญิง และหันไปสนใจกับสิ่งที่เคลื่อนไหว เช่น รถยนต์ มากกว่าจะมองหน้าคน พ่อ-แม่แสดงความรู้สึกกับลูกชายน้อยกว่ากับลูกสาว (ยกเว้นอารมณ์โกรธ) เด็กชายจึงรู้จักคำศัพท์เกี่ยวกับ “อารมณ์” น้อยกว่าเด็กผู้หญิง เวลาอยู่ในสนามเด็กเล่นนอกบ้าน เด็กชายถูกสอนว่าต้องกลั้นน้ำตาและไม่ขี้ขลาด เมื่อเข้าโรงเรียนใบหน้าของเด็กชาย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเปิดเผยไม่ต่างจากเด็กหญิงเริ่มแสดงอารมณ์น้อยลงเรื่อยๆ

พอโตเป็นผู้ใหญ่ ชายจะพูดน้อยลง อย่างน้อยเวลาอยู่หน้าสาธารณชน ชายจะพูดเพื่อแสดงว่าตนเหนือกว่าผู้อื่น ตรงข้ามกับผู้หญิงซึ่งจะพูดเพื่อดึงดูดความสนใจคนรอบข้าง แม้แต่กับเพื่อนส่วนใหญ่ ผู้ชายก็อาศัยคำพูดเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงานช่าง กีฬา รถยนต์ คอมพิวเตอร์ “ผู้หญิงพูดเพื่อให้หัวสมองปลอดโปร่ง แต่ผู้ชายคิดก่อนพูด” นายแพทย์มาร์ก กูลส์ทัน จิตแพทย์และผู้แต่งหนังสือ เคล็ดลับหกประการให้สัมพันธภาพยืนยาว (The 6 Secrets of Lasting Relationship) “ถ้าไม่คิดก่อนพูดผู้ชายอาจหลุดปากพูดอะไรโง่ๆ ออกไปจนเสียหน้า หรืออาจพูดไม่เข้าหูคนจนกลายเป็นเรื่องชกต่อย ทางที่ดีคือไม่พูดอะไรเลย”

อะไรซ่อนอยู่ภายหลังหน้ากากเหล็กและความเงียบขรึมของผู้ชาย ความอ่อนแอไงละ ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าผู้ชายส่วนใหญ่รู้สึกไม่มั่นคงโดยตัวเองยากจะยอมรับ และไม่มั่นคงเกินกว่าที่ภรรยาคาดเดาไว้ “ผู้ชายทุกคนมีความกลัวลับๆ อยู่อย่างหนึ่งว่าจะไร้สมรรถภาพและความกล้าหาญ เรียกว่ากลัวตัวเองจะไม่เป็นชายอย่างที่ควรจะเป็น หมอกูลส์ทันกล่าว “ผู้ชายรู้ว่ามีหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ถ้าข้าวของในบ้านพังจะต้องซ่อมได้ เมื่อรู้สึกว่าตนไร้ความสามารถก็จะถอยห่างและปลีกตัวออกไป”

กฎเกณฑ์และบทบาทระหว่างชายหญิงเริ่มผ่อนปรนบ้างแล้ว ชายบางคนกล้าพอจะเปิดเผยความอ่อนแอของตน แต่หลายคนยังสับสนว่าควรเปิดเผยแค่ไหน “ผู้หญิงบอกว่าอยากให้พวกเราเปิดเผยความรู้สึก” โรเบิร์ตกล่าว “แต่เดี๋ยวก็บอกว่าอยากเห็นเราเป็นหลักอันมั่นคงให้เธอ เหมือนเรียกร้องให้เรากระโดดไปมาระหว่างความสุดโต่งสองขั้ว ซึ่งสับสนมาก ผู้ชายไม่มีแนวทางหรือตัวอย่างว่าควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่าเปิดเผยความรู้สึกและเข้มแข็งไปพร้อมกัน"
ทำไมผู้ชายระเบิดอารมณ์

UploadImage
photo credit : forbes.com

แม้ผู้หญิงจะรู้สึกโกรธบ่อยพอๆ กับผู้ชาย แต่ความฉุนเฉียวก็ยังเป็นอารมณ์ประจำตัวเพศชายอยู่ดี “ลูกยังพูดถึงตอนที่ผม “เบรกแตก” อยู่เลย” คิม การ์เรทัน พนักงานบริษัทวัย 54 ปี ซึ่งเคยระเบิดอารมณ์สุดขีดในร้าน เมื่อพนักงานนำอาหารเย็นชืดมาเสิร์ฟ

แล้วทำไมผู้ชายหลายคนถึงแสดงอาการกราดเกรี้ยว “ความโกรธมีสาเหตุมาจากจิตใจที่สับสนเมื่อต้องเก็บกดอารมณ์บางอย่างไว้ ชายทุกคนพยายามเก็บความรู้สึกเพราะกลัวว่าการเปิดเผยเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การปอกเปลือกจนหมดใจ” ดร. เคนแนท ดับเบิลยู. คริสเตียน นักจิตวิทยาและผู้เขียนศัตรูตัวร้ายของคุณ (Your Own Worst Enemy) กล่าว “ถ้าคุณไม่หาทางปลดปล่อยมันออกมาบ้างหรือหาวิธีจัดการอย่างถูกต้องอารมณ์เหล่านี้จะเป็นเหมือนไฟคุกรุ่น รอเวลาลุกโหมขึ้นมาเมื่อชีวิตของคุณพังครืนลง เพราะปัญหาบางอย่าง”

ชีวิตคิมพังทลายเมื่อสี่ปีก่อนหลังหมอลงความเห็นว่าเขาเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก สิ่งที่ตามมาก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดกับชายหลายคนเมื่อรู้ว่าตัวเองป่วยหนัก คิมตระหนักว่าชีวิตเขาไม่มีอะไรต้องเสีย มีแต่ได้เท่านั้น ขอเพียงปล่อยให้ตัวเองมีอารมณ์ตามจริง “ผมกล้าแสดงอารมณ์ทุกอย่าง” คิมกล่าว “ถ้าโกรธ ผมก็ระบายด้วยคำพูดเจ็บแสบแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไป ผมใช้อารมณ์ขันเป็นทางออกและกลับไปติดต่อกับเพื่อนเก่าๆ ตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิต แสวงหาความหมายทางจิตวิญญาณ ชีวิตผมเต็มไปด้วยความสุขและรื่นรมย์”
ลองวิธีนี้

UploadImage
photo credit : ehow.com

ผู้ชายสามารถแสดงอารมณ์โดยไม่ต้องร้องไห้หรือรู้สึกกลัว ต่อไปนี้เป็นวิธีเริ่มต้น

หาวิธีแสดงอารมณ์อย่างสร้างสรรค์หางานอดิเรกอย่างวาดรูปหรือเล่นดนตรี ผลงานศิลปะอันยิ่งใหญ่จำนวนมากเป็นการสร้างสรรค์ของเพศที่ได้ชื่อว่าเก็บกดที่สุด

ระบายความเครียดและโกรธด้วยการออกกำลัง “เมื่อรู้สึกกดดันสุดขีดจนอยากเอาหัวชนฝา ให้รีบหาทางออกกำลัง บางทีแค่สิบนาทีอาจยังไม่พอ”

แสดงอารมณ์ออกไป “นิดหน่อย” เริ่มจากความรู้สึกที่คุณควบคุมได้หาคนที่เข้าใจและใช้คำว่า “นิดหน่อย” เช่น เศร้า “นิดหน่อย” หรือ กลัว “นิดหน่อย” อย่างนี้จะปลอดภัยกว่าการเปิดเผยจนหมดเปลือก

เดินหน้าเข้าชน “แทนที่จะหลีกเลี่ยงอารมณ์ที่คุณไม่แน่ใจว่าจะจัดการได้ ทางที่ดีคือเดินหน้าเข้าหา” ดร. ทราวิส แบรดเบอรี่ นักจิตวิทยา กล่าว “การจัดการกับอารมณ์ของตนเป็นเรื่องที่อาศัยเวลาและการฝึกฝนเพราะเป็นการฝึกสมอง แต่ยิ่งทำก็ยิ่งง่าย”
ผู้หญิงต้องรู้

UploadImage
photo credit : mirror.co.uk

“ชายก็เหมือนปูเสฉวน” คริสกล่าว “ถ้าเปิดเผยความรู้สึกแล้วต้องเจ็บปวดเพิ่ม เราจะหดกลับเข้าไปในกระดองและไม่โผล่หัวออกมาอีก เราไม่ยอมให้ใครมาถากถางหรือเยาะเย้ยเราต้องบ่มตัวเองอยู่นานกว่าจะรู้สึกปลอดภัย” ต่อไปนี้เป็นวิธีที่ผู้หญิงสามารถทำได้เพื่อช่วยให้ผู้ชายข้างกายรู้สึกสบายใจที่จะแสดงความรู้สึก

เวลาพูด ให้อยู่”เคียงข้าง” แทนที่จะ “ประจันหน้า” นักจิตวิทยากล่าวว่า การยืนเผชิญหน้ากับผู้ชายจะทำให้เขารู้สึกว่าถูกท้าทายและยั่วยุ เพราะฉะนั้น แทนที่จะนั่งตรงข้ามกับสามี ควรนั่งข้างๆ เขา

ทำกิจกรรมประเภทกีฬาร่วมกัน เวลาปั่นจักรยานหรือเดินป่า ปราการในหัวใจผู้ชายจะอ่อนบางลง ดังนั้น จึงควรปล่อยให้เรื่องราวต่างๆ ผุดขึ้นมาอย่าเร่งเร้าให้พูดเวลาเดิน เพราะเขาอาจปิดปากเอาดื้อๆ

หัดดูหนังชีวิตแบบผู้ชาย หนังชีวิตเกี่ยวกับกีฬาทำให้ผู้ชายไม่น้อยซึ้งถึงกับน้ำตาซึม “กีฬาเป็นเครื่องยึดโยงระหว่างผู้ชายกับพ่อ สำหรับผู้ชายนี่คือรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อ” อย่าพยายามวิเคราะห์หรือวิจารณ์ชีวิตวัยเด็กของเขา

อย่ากดดันให้เขาพูดว่าผจญอะไรมาบ้างในวันเลวร้ายสุดๆ “ถ้าวันไหนทุกอย่างแย่ไปหมด เขาเองก็ไม่อยากพูดถึงความเจ็บปวดแบบนี้หรอก” นักจิตวิทยากล่าว “จะมีประโยชน์อะไรกับการนั่งคุยเรื่องหดหู่ตลอดค่ำในเมื่อไม่ช่วยให้แก้ปัญหาได้”

แสดงออกไม่ต้องพูด การพูดคุยอาจเป็นวิธีแสดงอารมณ์ที่ผู้หญิงนิยมใช้มากที่สุด “ผู้ชายแสดงอารมณ์ด้วยภาษากาย” นักจิตวิทยากล่าวว่า “เพศสัมพันธ์เป็นวิธีแสดงความรักอีกอย่าง” แทนที่จะบีบคั้นให้ผู้ชายถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดทางที่ดีควรหัดพูดภาษาของเขา

หาทางทำให้เขาทราบเมื่อคุณต้องการกำลังใจ นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยโทเลวิจัยพบว่าสามีอาจอ่อนแอและต้องการกำลังใจไม่ต่างจากภรรยา เพียงขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาเท่านั้น “ผู้ชายไม่ถึงกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ภรรยาต้องทำให้เขาทราบว่าตัวภรรยาเองต้องการอะไรและเมื่อไหร่”

บอกสามีว่าเขามีความหมายต่อคุณเพียงไร “เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังให้ถามสามีว่า “ทุกวันนี้ ฉันทำให้คุณรู้สึกชื่นชมและให้เกียรติคุณน้อยกว่าเมื่อตอนเจอกันครั้งแรกหรือเปล่า” จิตแพทย์แนะ “บอกเขาว่าคุณรู้สึกว่าตัวเองรู้สึกโชคดีมากที่ทีเขามาร่วมชีวิตด้วย และขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกให้รู้เช่นนั้นบ่อยๆ เชื่อว่าคุณผู้ชายจะต้องถึงอ้าปากค้างแน่นอน”

ขอบคุณข้อมูลจิตวิทยาทั่วไปดีๆจาก  ไดแอน เฮลส์/ รีดเดอร์ส ไดเจสท์ มิถุนายน 2549 หน้า 81-87

ดูนางให้ดู แม่ แต่ดูชายเจ้าชู้ ให้ดู พ่อ

จิตวิทยาทั่วไป

ดูนางให้ดู แม่ แต่ดูชายเจ้าชู้ ให้ดู พ่อ

UploadImage

เอเจนซี – ถ้าอยากรู้ว่าสามีจะนอกใจหรือไม่ ผลศึกษาใหม่แนะนำให้ดูจากพ่อสามี เพราะมีโอกาสมากที่นิสัยเจ้าชู้อาจถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม โดยเฉพาะสำหรับบุรุษเพศ
      
งานศึกษาจากนักวิจัยในสาธารณรัฐเช็ก ยืนยันสำนวน ‘เชื้อไม่ทิ้งแถว’ มีแววเป็นจริง และผู้หญิงหลายคนที่รวมถึงภรรยาเซเลบนักล่าสวาทอย่างไทเกอร์ วูดส์ และไรอัน กิ๊กส์ ซาบซึ้งเต็มอก
      
ทีมนักวิจัยสรุปว่า แม้มีพฤติกรรมสวมเขาเหมือนกัน แต่ผู้ชายมีแนวโน้มมากกว่าหากพ่อเคยมีพฤติกรรมแบบนี้ให้เห็นและซึมซับ
      
แจน แฮฟไลเซ็ค นำเสนอผลงานนี้ต่อที่ประชุมยูโรเปียน ฮิวแมน บีแฮฟวิเออร์ แอนด์ เอฟโวลูชัน แอสโซซิเอชัน โดยอธิบายว่าลูกสาวไม่ได้รับถ่ายทอดความไม่ซื่อสัตย์จากแม่แต่อย่างใด
      
แต่สำหรับเด็กชายที่เติบโตมาอาจคิดว่าสิ่งที่เห็นรอบตัวเหมาะสมดีและกระทำได้ เนื่องจากปกติแล้วพ่อจะเป็นต้นแบบสำคัญ
      
ในการศึกษา นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชาร์ลส์ในกรุงปราก เปิดรับอาสาสมัคร 86 คู่ และสัมภาษณ์สามี-ภรรยาแยกกัน โดยให้คำยืนยันว่าจะเก็บเรื่องราวความสัมพันธ์ ทัศนคติต่อเรื่องเพศ ภูมิหลังของครอบครัว และประสบการณ์ความไม่ซื่อสัตย์เป็นความลับ
      
มาร์ตี้ แฮสเลตัน นักจิตวิทยาวิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในลอสแองเจลีส แสดงทัศนะว่าข้อเท็จจริงที่ว่าลูกสาวไม่ได้รับอิทธิพลจากความไม่ซื่อสัตย์ของพ่อแม่แบบที่ลูกชายเป็นนั้น สามารถอธิบายได้ด้วยกฎทางพันธุกรรม
      
แฮสเลตันแจงว่า พ่อหน้าตาดีมีแนวโน้มมีลูกชายหล่อเหลาเหมือนกัน และผู้ชายเหล่านี้มีโอกาสสูงที่จะเจ้าชู้ แต่ลูกสาวที่สวยเหมือนแม่กลับมีพฤติกรรมแตกต่าง กล่าวคือไม่จำเป็นต้องสวมเขาสามี สาเหตุอาจเนื่องมาจากเลือกคู่ครองอย่างไตร่ตรองแล้วตั้งแต่ต้น
      
นอกจากนี้ ความต้องการที่มีต่อความสัมพันธ์ของผู้ชายและผู้หญิงยังต่างกัน ดังนั้น จึงคาดหวังได้ว่าผู้ชายและผู้หญิงจะใช้เสน่ห์ของตัวเองคนละแบบ ผู้ชายนั้นใช้เพื่อล่าแต้ม ส่วนผู้หญิงเพื่อคู่ครองและพ่อของลูกที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
      
ขณะเดียวกัน งานวิจัยจากเช็กชิ้นนี้ สนับสนุนแนวคิดที่ว่า การนอกใจของผู้ชายถูกกระตุ้นจากเรื่องเซ็กซ์มากกว่าการมีกิ๊กของผู้หญิง

แฮฟไลเซ็คและทีมนักวิจัยพบว่า ไม่ว่าผู้ชายจะพึงพอใจและมีความสุขกับชีวิตคู่หรือไม่นั้น ไม่มีผลกับแนวโน้มในการทรยศต่อความไว้ใจของภรรยา
      
ปกติแล้วผู้ชายมักมีกิ๊กหรือเมียน้อยเพราะต้องการเซ็กซ์และจำนวนคู่นอนมากขึ้น ไม่ใช่เพราะเบื่อหน่ายคนข้างตัวที่รออยู่ที่บ้าน
      
อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะนอกใจ หากไม่พึงพอใจกับบางแง่มุมของความสัมพันธ์ โดยแฮฟไลเซ็คเชื่อว่า สาเหตุอาจเป็นเพราะผู้หญิงต้องการคู่ครองใหม่
      
“อาจเป็นการดีที่สุดที่คุณจะอยู่กับคนที่คบอยู่ เพราะในบางกรณีการมีใครสักคนที่ถึงไม่สมบูรณ์แบบก็ยังดีกว่าการอยู่คนเดียวเมื่อคุณมีลูกให้ต้องดูแล
      
“แต่ขณะเดียวกัน ผู้หญิงมากมายที่เราสัมภาษณ์จะบอกว่า คุณสามารถมองหาทางเลือกอื่นได้”
UploadImage
ไรอัน กิ๊กส์ นักฟุตบอลชื่อดังสังกัดทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในวัยเด็กกับพ่อ แดนนี วิลสัน ที่บอกว่าผิดหวังกับลูกชายคนนี้ แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่า ตัวเองเคยนอกใจภรรยาเหมือนกัน
...

ขอบคุณข้อมูลจิตวิทยาทั่วไปดีๆจาก ผู้จัดการออนไลน์ และภาพประกอบ ภาพบน จาก NiceFun.net

ชายขอเงียบ หญิงขอเคลียร์ !!

จิตวิทยาทั่วไป

ชายขอเงียบ หญิงขอเคลียร์ !!

ความแตกต่างระหว่าง ผู้ชาย ผู้หญิง

UploadImage

เอเจนซีส์ – ความที่ผู้ชายไม่ชอบพูดเวลามีปัญหา อาจทำให้ภรรยาหรือแฟนที่ช่างเจรจาเดือดปุดๆ และดูเหมือนว่าพฤติกรรมต่างขั้วนี้จะหยั่งรากมาตั้งแต่เด็ก
      
งานศึกษาระบุว่า ผู้ชายส่วนใหญ่แค่ไม่เห็นประโยชน์ในการเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น ไม่ใช่เพราะต้องการจะปิดกั้นความรู้สึกแต่อย่างใด
      
นักวิจัยเผยว่า ขณะที่เด็กผู้หญิงเชื่อว่าการพูดถึงปัญหาที่บางครั้งเป็นไปอย่างชนิดไม่ยอมจบ ทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น แต่เด็กผู้ชายกลับคิดว่าเป็นการเสียเวลาเปล่า และกลยุทธ์นั้น ‘พิลึก’ ทั้งนี้ทัศนคติที่ตรงข้ามกันนี้อาจเป็นที่มาของการปีนเกลียวในความสัมพันธ์ในอนาคต
      
ดร.อแมนดา โรส จากมหาวิทยาลัยมิสซูรี สหรัฐฯ ทำการศึกษา 4 ชุด ครอบคลุมเด็กและวัยรุ่นเกือบ 2,000 คน
      
"นักจิตวิทยาชื่อดังพูดกันมานานแล้วว่าเด็กผู้ชายและผู้ชายอยากพูดถึงปัญหา แต่ต้องเก็บกดไว้เพราะลำบากใจและกลัวถูกมองว่าอ่อนแอ
      
อย่างไรก็ตาม เมื่อเราถามเด็กผู้ชายว่า การพูดถึงปัญหาทำให้รู้สึกอย่างไร ปรากฏว่าพวกเขาไม่ได้แสดงความโกรธหรือเครียดเกี่ยวกับการพูดคุยเรื่องปัญหามากไปกว่าเด็กผู้หญิง      
แต่คำตอบบ่งชี้ว่า เด็กผู้ชายแค่ไม่คิดว่าการพูดถึงปัญหาเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เท่านั้น"
      
ดร.โรสเสริมว่า การค้นพบนี้ยังช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมชายและหญิงจึงมีทัศนคติต่างกันในการจัดการกับปัญหาความสัมพันธ์
      
“ผู้หญิงจะรบเร้าให้แฟนระบายความกังวลออกมา เพราะคิดว่าจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น แต่ผู้ชายอาจไม่สนใจ และคิดว่ามีวิธีแก้ไขแบบอื่น ผู้ชายยังมีแนวโน้มมากกว่าที่จะคิดว่าการพูดกลับยิ่งทำให้ปัญหาบานปลาย แต่การปลีกตัวไปทำกิจกรรมอื่นช่วยขจัดปัญหาไปจากสมองได้”
      
ในการศึกษาก่อนหน้านี้ ดร.โรสแสดงให้เห็นว่า การพยายามทบทวนปัญหาตลอดเวลาทำให้ผู้หญิงยิ่งเครียดและกังวล
      
“โดยเฉพาะปัญหาที่ผู้หญิงควบคุมไม่ได้ เช่น ผู้หญิงอีกคนชอบตนหรือเปล่า จะได้รับเชิญไปงานปาร์ตี้ที่มีแต่คนเด่นคนดังไปหรือไม่” 
      
ดร.โรส ซึ่งรายงานผลการศึกษาไว้ในวารสารไชด์ ดิเวลอปเมนท์ กล่าวว่าพ่อแม่ควรเรียนรู้จากผลการค้นพบนี้ และส่งเสริมให้ลูกชายตระหนักว่าบางครั้งการเปิดเผยความในใจเป็นสิ่งที่ควรทำ และในทางกลับกัน ควรสอนลูกสาวว่าการหมกมุ่นครุ่นคิดถึงปัญหามากเกินไปไม่ใช่เรื่องที่ดี

ขอบคุณข้อมูลจิตวิทยาทั่วไปดีๆจาก ผู้จัดการออนไลน์  

สมองหญิงแตกต่างจากสมองชายจริงหรือ

จิตวิทยาทั่วไป

สมองหญิงแตกต่างจากชายจริงหรือ??


UploadImage


หลายคนที่ชอบอ่านพ๊อกเก็ตบุคเล่มเล็กๆคงเคยได้ยิน ชายมาจากดาวอังคาร หญิงมาจากดาวศุกร์กันบ้างแล้ว ซึ่งทีมงานกรมสุขภาพจิตก็เคยนำเสนอบทความดังกล่าวมาแล้ว พบว่าชายหญิงนั้นมีความแตกต่างกันที่นอกเหนือจากสรีระร่างกายแล้ว ในเรื่องความแตกต่างในเชิงวิธีคิดก็มีความต่างกัน นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเพื่อยืนยันความแตกต่างกันในเชิงความสามารถของสมองก็มีเช่นกัน ดังจะกล่าวต่อไปนี้
เมื่อเร็วๆนี้นิตยสารชื่อดังเช่นไทม์ ฉบับ 28 มีนาคม 2549 กล่าวเน้นให้เห็นความเชื่อดังกล่าวข้างต้น ซึ่งก็กลายมาเป็นข้อจำกัดบางเรื่องของสาวๆและแม่บ้านทั้งหลาย ผู้เคยชินกับการที่ตัวเองมีความสามารถในการจัดการกับปัญหาต่างๆในบ้าน และหรือนอกบ้าน (ในที่ทำงาน)ได้อย่างละเมียดละไม เรียนรู้เรื่องภาษาได้อย่างรวดเร็ว มีทักษะด้านความจำที่เหนือกว่าหนุ่มๆหรือพ่อบ้านได้อย่างเป็นจินตภาพ แตกต่างจากหนุ่มๆหรือพ่อบ้านที่มักจะขาดทักษะในการแก้ปัญหาที่มีรายละเอียดมาก (หรือเมินในการจดจำเรื่องราวต่างๆ) แต่มีความถนัดในเรื่องวิศวะอิเลกทรอนิกซ์ เครื่องยนต์กลไก เพราะมีพื้นฐานทักษะทางคณิตศาสตร์ การบวกลบคูณหารที่ดีกว่า นั่นเป็นเพราะว่าโครงสร้างทางสมองของเพศหญิงแตกต่างจากสมองของเพศชาย
จริงหรือไม่มีหลายคนคงสงสัยเช่นกัน
จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ด้านสมอง (neuroscientist) ที่ชื่อซานด้าน วิเทลสัน ได้ทุ่มเทเวลาศึกษาเรื่องสมองมนุษย์ โดยเฉพาะในประเด็นที่หลายคนอาจจะตั้งคำถามไว้ในใจว่า "เหตุใดอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ จึงได้ฉลาดปราดเปรื่องยิ่งนัก" การศึกษาครั้งนั้นได้สร้างชื่อเสียงให้เธอในช่วงทศวรรษที่ 1990 เป็นอย่างมาก ช่วงทศวรรษให้หลัง แซนด้าก็มีศึกษาหาคำตอบว่าปัจจัยให้สมองของเพศหญิงแตกต่างจากเพศชายเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน อุปนิสัย อาหาร และยาที่ใช้
จากการศึกษาพบว่า เมื่อขณะที่เราเป็นเด็กนั้น โครงสร้างทางสมองของเด็กหญิงและเด็กชาย โดยเฉพาะทักษะความสามารถทางคณิตศาสตร์นั้นไม่มีความแตกต่างกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสมมติฐานนั้นจะเป็นเช่นเดิม โดยจากการศึกษาพบว่าความแตกต่างจะเริ่มปรากฎให้เห็นเมื่อเด็กย่างเข้าสู่วัยเรียนในระดับเกรด 4 (ก็คงวัยชั้นประถมในบ้านเรา) ก่อนที่จะพัฒนาไปเรื่อยๆให้เห็นความแตกต่างชัดเจนระหว่างเพศหญิงกับเพศชายมากยิ่งขึ้น โดยยืนยันได้จากผลการทดสอบ SAT (การทดสอบมาตรฐานทางคณิตศาสตร์) ที่เด็กวัยมัธยมบ้านเรารู้จักกันดีที่สัดส่วนคะแนนของเด็กหญิงจะได้น้อยกว่าเด็กชาย

อะไรที่บอกความแตกต่างทางโครงสร้างของสมองบ้าง

1. สมองส่วน Parietal Lobe แต่ก่อนมีความเชื่อว่าในเพศหญิงสมองส่วนนี้จะใหญ่กว่าเพศชายนั้น ไม่จริงเสียแล้ว
2. สมองส่วน Corpus Callosum ซึ่งเป็นส่วนที่เส้นประสาทสมองมีการเชื่อมต่อกันเพื่อให้เห็นพัฒนาการทางด้านความฉลาด จะเห็นการพัฒนาที่มีความแตกต่างกันระหว่างเพศหญิงและเพศชาย
3. สมองส่วน Prefrontal Cortex เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการด้านความคิดที่จะพัฒนาต่อไปเป็นอารมณ์ ในเพศหญิงพบว่ามีการใช้สมองส่วนนี้ทำงานมากกว่า
4. อมิกดาลา (Aygdala) เป็นส่วนของสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำที่ลึกลับซับซ้อน หรือเป็นส่วนที่บางคนจะบอกว่าเป็นความจำเจ็ดชั่วโคตร ในเพศชายที่มีทักษะความสามารถด้านการควบคุมอารมณ์ได้ดี จะมีเส้นประสาทสมองเชื่อมต่อกับสมองส่วนนี้น้อย (หรือจะยืนยันความเป็นจริงที่ว่า เพศชายเขามักจะมีความทรงจำอะไรๆได้ไม่ดีนักเพราะเกี่ยวข้องกับสมองส่วนนี้หรือเปล่า) ในขณะที่เพศหญิงที่มีทักษะทางด้านภาษาศาสตร์จะพบการเชื่อมต่อของเส้นประสาทสมองส่วนนี้มีมากขึ้น (ท่านชายทั้งหลายอย่ามองข้าม ตรงนี้ยืนยันได้ว่าความจำของสตรีในบางเรื่องเป็นความจำที่เป็นเลิศ นั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับสมองส่วนนี้)
5. Cerebellum หรือสมองส่วนท้าย ในสมองส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับทักษะทางการเรียนรู้ ดังเช่น ทักษะทางคณิตศาสตร์ ดนตรี และทักษะทางสังคม เช่นเดียวกับสมองในส่วนข้อ 2 คือ Corpus Callosum จะมีความแตกต่างกันอย่างสมบูรณ์ระหว่างเพศหญิงและเพศชาย

จากการศึกษาของแซนด้ายังบอกอีกว่า จากโครงสร้างของสมอง โดยเฉพาะในส่วนของข้อ 3 Prefrontal Cortex (ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังหน้าผากจากมองมองสรีระภายนอก) ทำให้เพศชายเมื่อโตขึ้นจะมีความโผงผาง ดุดันกว่าเพศหญิง แถมเมื่อนานวันเข้า ก็มีโอกาสเสียเนื้อเยื่อที่ช่วยในการควบคุมตนเอง ขณะที่เพศหญิงกลับมีการพัฒนาเนื้อเยื่อในส่วนนี้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีผลทำให้เราเห็นการพัฒนาของสมองส่วนนี้จาก คุณแม่ คุณป้า คุณย่า คุณยาย ที่จะมีความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นตามวัย (จริงเท็จอย่างไรก็ลองกลับไปดูคนที่บ้านดูแล้วส่งข้อมูลยืนยันความเชื่อนี้แลกเปลี่ยนกันด้วยจะเป็นพระคุณ)

จากผลงานเรื่องนี้จึงเป็นแหล่งอ้างอิงที่ดี เพื่อนำไปสู่การศึกษาเรื่องโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆที่มีผลมากจากความผิดปกติของสมอง เช่น ออทิสติก อัลไซเมอร์ รวมไปถึงโรคจิตเภท ซึมเศร้า ช่วยเป็นแสงนำทางเราไปสู่การป้องกัน รักษาโรคเหล่านี้ได้มากขึ้นในอนาคต

เร็วๆนี้มีตัวอย่างคนไข้รายหนึ่ง ที่เปิดเผยเพื่อเป็นกรณีศึกษาโดยมหาวิทยาลัยเพลซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา โดยนายแพทย์ยอนห์ แวน เดอมิเต กล่าวว่า มีเด็กหญิงวัยประถมรายหนึ่งมาพบจิตแพทย์ด้วยปัญหาไม่สามารถเรียนคณิตศาสตร์ได้ แต่เด็กมีทักษะทางภาษาศาสตร์ที่ดีมาก โดยเป็นตัวแทนชุมชนในการกล่าวสุนทรพจน์ เป็นนักพูด เรียนวรรณคดี และภาษาศาสตร์ได้ดี

ตอนหลังครู ผู้ปกครอง และเด็ก ก็ร่วมกันหาทางออกโดยการเปลี่ยนวิธีการเรียนคณิตศาสตร์แบบปกติทั่วไป เป็นการเรียนโดยใช้สัญญลักษณ์เชิงภาษาศาสตร์ที่เด็กมีความชำนาญ คือสื่อสารในแบบที่เด็กเข้าใจ ซึ่งต่อมาเด็กก็สามารถเรียนคณิตศาสตร์จนสามารถสอบได้คะแนนดีเยี่ยมตามมาทีหลังได้

กล่าวโดยสรุป ความเชื่อที่ว่าความสามารถทางสมองของเด็กหญิงและชายนั้นมีความแตกต่างกันที่เห็นได้ชัดคือวัยประถม เป็นสมมติฐานที่มีการศึกษามามากพอ แต่ในโลกยุคสมัยใหม่ที่มีการเรียนรู้อย่างกว้างขวาง มีการวิจัยศึกษาและพัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมถึงการมีพฤติกรรมสุขภาพของแม่ตั้งแต่ตั้งครรภ์ มีการอบรมเลี้ยงดูที่ดี ถึงแม้ว่าระหว่างเพศหญิงและชายจะมีลักษณะสมองที่แตกต่างกัน แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะมองไม่เห็นแนวทางที่จะมีการส่งเสริมให้เด็กมีทักษะในสิ่งที่เด็กไม่มีพื้นฐานความชำนาญให้มีขึ้นมาได้ ตัวอย่างที่กล่าวถึงก็อาจจะเป็นแนวทางให้ผู้ปกครองหลายคนได้เรียนรู้ว่า ลูกหลานของเราสามารถที่จะพัฒนาการเรียนรู้ให้ชำนาญขึ้นมาใหม่ได้ ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมเสริมต้นทุนที่เขาเหล่านั้นมีอยู่ให้มีมากยิ่งขึ้นต่อไปอีก

ปัจจุบัน เราจึงเห็นว่าลูกสาว หลานสาวเราทำคะแนนคณิตศาสตร์ได้สูสีกับเด็กผู้ชาย สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัย เป็นวิศวะกร เป็นหมอเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคณะที่เรามักจะเห็นกันเฉพาะเพศชายมากกว่าเพศหญิง เช่นคณะวิศวะกรรมศาสตร์ ไปถึงคณะวิทยาศาสาต์ทางด้านการแพทย์ ชีวะ เคมี วิทยาศาสตร์อื่นๆมากขึ้น ซึ่งเห็นความชัดเจนมากขึ้นในการเรียนคณะดังกล่าวแม้แต่ในต่างประเทศเช่น สหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่ในประเทศเราเอง

ข้อมูลจาก นิตยาสารไทม์ ฉบับวันที่ 28 มีนาคม 2549 และนิตยสารชีวจิต ฉบับเดือนธันวาคม 2549

ขอบคุณข้อมูล  จิตวิทยาทั่วไป จาก กรมสุขภาพจิต
photo credit : camb-ed.com.au

4 ก.ย. 2555

ทัศนคติ ที่ซ่อนในใจคุณ

แบบทดสอบจิตวิทยา
ทัศนคติ ที่ซ่อนในใจคุณ
เป็นคำถามจิตวิทยา ชุด 4 ข้อที่บอกข้อดี ข้อเสีย ทัศนคติของคุณ
ที่มา : forwarded email
Q1. มีเหตุการณ์ฆาตกรรมเกิดขึ้นในหมู่บ้านของคุณ ตำรวจควบคุมผู้ต้องหาไว้ 4 คน ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานและการอ้างที่อยู่ขณะเกิดเหตุอะไรเลย แต่ในความรู้สึกของคุณแล้ว คุณคิดว่าใครที่แตกต่างไปจากคนอื่น
- ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย
- นักร้องวัยรุ่นยอดนิยม
- นักเขียนการ์ตูน
- คุณป้าที่ทำงานพาร์ทไทม์
...
Q2. วันหนึ่งในช่วงปิดเทอม คุณออกไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่พอขึ้นรถไฟไปแล้ว คุณเพิ่งนึกได้ว่าลืมหยิบของใส่กระเป๋าไปอย่างนึง คุณคิดว่าสิ่งนั้น น่าจะเป็นอะไร
- ขนม
- แปรงสีผัน
- ร่ม
- เกมพวงกุญแจ
...
Q3. ถ้าคุณได้รับพรอย่างนึง คุณจะเลือกอะไร
- ยาเปลี่ยนเพศ
- พรมวิเศษ
- ยาที่ทำให้ไม่แก่ไม่ตาย
- กระจกที่มองเห็นอนาคต
...
Q4. สุดสัปดาห์ริมทะเลในวันที่อากาศแจ่มใส คุณออกไปเล่น SKY DRIVING (เครื่องร่อนแบบไม่มีเครื่องจักร) เครื่องร่อนค่อยๆลอยออกไปไกล แล้วคุณคิดว่าจะไปลงที่ไหน..
- ทุ่งหญ้า
- ยอดเขา
- ทะเล
- บนตึกสูงในเมืองหลวง
...
...
...
...
วิเคราะห์แบบทดสอบจิตวิทยาจ้า
Q1. ข้อนี้บอกทัศนคติ ว่าคุณมองคนอย่างไร จะเห็นว่าก่อนที่จะรวบรวมหลักฐานมาตรวจสอบ เรามักมองหาคนที่น่าสงสัยก่อน และเราก็มักจะใช้ความรู้สึกของเราตัดสินก่อนเป็นขั้นตอนแรก
- ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย : คุณเป็นคนแบบที่เชื่อสนิทใจว่า คนที่ยิ่งใหญ่มักเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นคุณจึงชอบข่าวต่างๆ ทั้งข่าวดี ข่าวลือ ที่เขาเขียนลงในหน้าหนังสือพิมพ์ เป็นคนที่มุ่งมั่นว่าจะต้องประสบความสำเร็จในด้านการเรียนและหน้าที่การงาน
- นักร้องวัยรุ่นยอดนิยม : เป็นสัญลักษณ์ของจินตนาการและเพศตรงข้าม ใจของคุณมักไล่ตามจินตนาการ และมักคิดถึงเรื่องความรัก รู้สึกจริงจังทั้งเวลาที่อกหักและอยากมีความรัก เมื่อเหนื่อยก็หยุดแล้วกลับมามีความรักอีก
- นักเขียนการ์ตูน : สำหรับคุณแล้ว การคบเพื่อน คุณมักให้ความสำคัญกับความรู้สึก คุณน่าจะเป็นคนที่มีเพื่อนสนิทอยู่มาก ซึ่งสนใจในเรื่องเดียวกันและมีความฝันเหมือนกัน แฮ่ม.. คนที่คุณชอบก็แนวเดียวกันนี่ใช่ป่ะล่ะ
- คุณป้าที่ทำงานพาร์ทไทม์ : แสดงถึงชีวิตที่ราบเรียบ เป็นเรื่องธรรมดาของคุณที่คิดว่าเมื่อแต่งงานแล้วมีลูก สร้างครอบครัว มีชีวิตที่มีความสุขเหมือนในหนังประเภทครอบครัว ที่พูดว่า "คุณพ่อกลับมาแล้ว" ทุกวัน
Q2. บอก จุดอ่อนในใจคุณ ในทางจิตวิทยา การเผลอลืมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเราไม่คาดคิด มันทำให้คุณต้องยอมรับในสิ่งที่ไม่อยากจะยอมรับ จริงอยู่คุณอาจแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่ยังไงซะมันก็เป็นข้อผิดพลาดของคุณอยู่ดี นี่ล่ะ ที่เค้าว่า ความผิดของตัวเองมักมองไม่ค่อยเห็นนั่นเอง
- ขนม : เป็นสัญลักษณ์ของการร้องขอ อยากถูกตามใจ การทำอะไรเพื่อคนอื่นสำหรับคนอื่นคุณถือว่าเป็นความอดทน จริงๆแล้วคุณเป็นคนละเอียดรอบคอบ ทำอะไรก็จะหมกมุ่นอยู่กับสิ่งนั้นๆ จนทำให้ใครๆคิดว่าคุณไม่ค่อยสนใจเรื่องของชาวบ้านเท่าไหร่ เรียกว่าออกจะเอาแต่ใจน่ะ คุณต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราหน่อยแล้ว
- ร่ม : แสดงถึงจิตใจที่ปกปิด คุณมีนิสัยขี้ตกใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆของคนอื่น ภายนอกดูกล้า แต่ความจริงแล้วปกปิดความอ่อนแอไว้ในใจ คุณมักบ่นซ้ำๆกับเรื่องที่ทำไปแล้วว่ามันไม่ดีมั่ง น่าจะดีกว่านี้มั่ง แม้ว่าคนรอบข้างยังไม่ได้ว่าอะไรซักกะติ๊ด คุณต้องสงบจิตสงบใจ ค่อยคิดค่อยทำหน่อย
- แปรงสีฟัน : เป็นสัญลักษณ์ของความเข้าใจ แต่แม้ว่าคุณจะเข้าใจดีในเรื่องต่างๆ แต่มักจะพูดไม่ตรง คุณจะยอมพูดว่า ใช่ๆๆ ก่อนเสมอ คุณต้องเข้มแข็งกว่านี้ให้มาก
- เกมส์ : แสดงถึงความรุนแรงในการแข่งขัน คุณเป็นคนที่อยากจะเอาชนะคนอื่นๆ แต่ส่วนใหญ่จะเก็บความรู้สึกไว้ ไม่กระทำ แต่จะออกมาทางคำพูด เช่น การเหน็บแนมหรืออะไรประมาณนั้น ก็ระวังอย่าให้มากไปจะกลายเป็นก้าวร้าวได้
Q3. ข้อนี้บอกทัศนคติของคุณต่อเรื่องเงินๆทอง
- ยาเปลี่ยนเพศ : คุณเป็นประเภทขี้เหนียวกับเพศเดียวกัน แต่ใจกว้างกับเพศตรงข้ามว่างั้น ประมาณเห็นแฟนดีกว่าเพื่อนตลอด ดังนั้น นอกเหนือจากปัญหาความสัมพันธ์อันดีงามกับเพื่อนเพศเดียวกันแล้ว คุณต้องระวังเรื่องการใช้เงินเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเพศตรงข้ามด้วยนะ
- พรมวิเศษ : ใจของคุณมักลองทำนู่น ดูนี่ ไปโน่น ฯลฯ เสมอ เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของคุณเอง พจนานุกรมของคุณจึงไม่มีคำว่า ฟุ่มเฟือย จะซื้ออะไรที คิดแล้ว คิดอีก แล้วคิดอีกที ยังไงกะเพื่อนกะฝูงอย่าเหนียวให้มากนักเลยคู้ณ
- ยาที่ทำให้ไม่แก่ไม่ตาย : นี่ก็อีกหนึ่งความเหนียว คุณชอบที่จะเห็นตัวเลขในสมุดธนาคารเพิ่มขึ้นๆ เห็นแล้วก็ชื่นใจ ตัวจะลำบากก็ไม่แคร์ ควักออกมาจ่ายแลกความสุขให้ตัวเองมั่งเฮอะ
- กระจกที่มองเห็นอนาคต : การอยากรู้เรื่องที่คนอื่นไม่รู้ สื่อว่าคุณจะคิดก่อนใช้เงินกับเรื่องทั่วไป แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องล่ะก็ คุณเสร็จทุกที เสียเงินไปกับเรื่องขี้หมู ขี้หมา แล้วไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะฉะนั้นจะใช้อะไร ให้คิดหน้าคิดหลังให้ดีนะจ๊ะ
Q4. คุณจะแต่งงานแบบไหน ในอนาคต? การเล่นเครื่องร่อนบินไปบนท้องฟ้า หมายถึงความรู้สึกที่มีต่ออนาคต
- ทุ่งหญ้า : เป็นกลุ่มที่อยากติดต่อกับเพศตรงข้ามอย่างเท่าเทียมกัน ชอบการแต่งงานแบบเรียบง่าย มองเห็นภาพตัวเองและคู่รัก ดูแลกัน นั่งจิบน้ำชาเป็นเพื่อนกัน จนกระทั่งแก่เฒ่ากลายเป็นคุณตาคุณยาย
- ยอดเขา : คุณมีความทะเยอทะยาน ชอบคนมีการศึกษาสูง ฐานะดี การงานดี หน้าตาก็ต้องดี แต่งตัวก็ต้องดี สรุปว่าชั้นสนแต่คนระดับเนี้ยะแหละ โดยไม่สนซะด้วยว่าใครจะมองว่ายังไง
- ทะเล : คุณมีความเป็นพ่อแม่อยู่ในตัว มีความอดทนสูง คุณไม่คาดหวังในตัวคู่ของคุณจนเกินไป แต่ก็อยากให้คุณตั้งเสปคเลือกให้ดีหน่อยละกันนะ อย่าเผลอไปเออออห่อหมกกับใครเพราะแรงยุล่ะ เลือกผิดจะแย่
- บนตึกสูงในเมืองหลวง : เป็นคนที่วาดหวังไว้สูง ชอบทำงานมากกว่าการมีครอบครัว อนาคตถึงมีแฟนก็ยังให้ความสำคัญกับงานก่อน แต่ก็ยังจะให้ความสำคัญกับชีวิตแต่งงานอยู่นะ
...

แบบทดสอบใสใส หัวใจวัยรุ่น

ดูดวงจิตวิทยาแบบทดสอบใสใส หัวใจวัยรุ่น
 


ดูดวงจิตวิทยาแบบทดสอบใสใส หัวใจวัยรุ่น

 1. กระดาษ

 2. ปากกา,ดินสอ

     1. งานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนคุณที่น่าจะสนุก แต่กลับเงียบเหงา คุณจะทำอย่างไรดี

 ก. สุดเซ็ง ขอตัวกลับบ้านไปนอนดีกว่า

 ข. อย่างนี้ต้องชวนกันเปิดเพลงแดนซ์ให้สนุกเถอะ

 ค. ชวนตักเค้กวันเกิด แล้วเอามาปาเล่นกันอย่างเฮฮา

     2. กรุปทัวร์ที่โรงเรียนเพื่อนคุณกำลังขาดคนร่วมอีก 1 คน เขาเลยมาชวนคุณไปด้วย คุณจะ...

 ก. ถ้าเห็นคุณเป็นตัวสำรองอย่างนี้ ไม่ไปแน่นอน

 ข. แหม...น่าจะบอกให้เร็วกว่านี้หน่อยนะ เดี๋ยวลืมของจำเป็นทำไงล่ะ

 ค. ได้เลย ขอแพ็กกระเป๋า 10 นาที

     3. มาร่วมงานผิดเวลาไปหน่อย นึกว่างานเริ่ม 6 โมงเย็น จริงๆเริ่มตั้ง 5 ทุ่ม มาก่อนตั้งหลายชั่วโมง ทำไงดีนะ

 ก. นานขนาดนี้ กลับไปกินข้าวที่อื่นดีกว่า

 ข. รอได้ แค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง

 ค. มาก่อนก็สนุกก่อน เริ่มจริงเมื่อไหร่ก็สนุกจริงอีกรอบแล้วกัน

     4. วันหยุดยาวๆ ติดต่อกันสามวัน คุณคิดจะทำอะไร

 ก. นอนดีกว่า พักผ่อนให้เต็มที่

 ข. เฮฮากับเพื่อนดีกว่า นานๆจะมีโอกาส

 ค. ฉลองแบบสุดๆ สามวันสามคืนไม่พัก

     5. คืนนี้มีโอกาสไปเดทกับคนที่ถูกใจ เมื่อถึงเวลาที่จะต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน คุณอยากให้เขาพูดอะไรกับคุณมากที่สุด

 ก. อยู่ต่อก่อนได้ไหมครับ...

 ข. ผมสนุกมากครับ คราวหน้าเราเราคงได้พบกันอีกนะครับ

 ค. ไปปาร์ตี้กันไหมครับ

     6. วันนี้เพื่อนๆต่างนัดกันไปเฮฮาสุดๆ แต่พรุ่งนี้คุณต้องส่งงานแต่เช้าตรู่ คุณจะ...

 ก. อยู่ทำงานดีกว่า ขืนไปพรุ่งนี้ไม่ไหวแน่นอน ข. ไปดิ แต่คงอยู่ไม่ถึงเลิกนะ

 ค. ไม่เป็นไร ความสนุกต้องมาก่อนอยู่แล้ว

    7. คนรู้ใจชวนคุณไปเล่นเครื่องเล่นสุดหวาดเสียว คุณจะทำอย่างไร

 ก. ขอเป็นกินข้าวแทนได้ไหม

 ข. แบบว่า ดูก่อนได้มะ เสียวมากไม่เล่นอ่ะ

 ค. เย้! สุดยอด รอมานานแล้วอยากเล่น

     8.โปรโมชั่นสุดพิเศษที่ทางร้านทำผมของคุณจัดขึ้น เมื่อคุณทราบ คุณจะ...

 ก. ไม่ล่ะ ก็ไม่ได้ทำอะไรมากอยู่แล้ว

 ข. ไหนลองเอามาดูสิ เผื่อมีอะไรน่าสนใจ

 ค. ขอใช้บริการครั้งนี้เลยดีกว่า

     9.กลับมาจากบ้านเพื่อนต่างจังหวัด แต่เกิดหลงทางเสียนี่ คุณจะทำอย่างไร

 ก. ขับไปจนกว่าจะเจอทางกลับบ้านสิน่า

 ข. หาที่พักใกล้ๆก่อนดีกว่า เพราะมืดแล้ว

 ค. ถามคนที่ผ่านมาสิ เดี๋ยวเขาก็บอกให้เองแหละ


 คะแนน

 ก. - 0 คะแนน

 ข. - 1 คะแนน

 ค. - 2 คะแนน



 ไม่เกิน 5 คะแนน

 ชีวิตของคุณเครียดเกินไปหรือเปล่าเพราะคุณจะดูเบื่อๆเซ็งๆ อยู่ตลอดเวลา อย่าทำแต่งานจนลืมเติมความสนุกให้กับชีวิตไปนะ ควรมองโลกให้มีความสุขมากกว่านี้ เรื่องทุกข์ใจบางเรื่องควรปลดปล่อย ไม่จำเป็นต้องเก็บมาคิดทุกเรื่องก็ได้ หาเวลาออกไปเที่ยวกับเพื่อนบ้างก็ดีนะ อะไรๆจะได้ดูสดใสขึ้นอีกเยอะ

 6 ถึง 12 คะแนน

 จะเรียกว่าคุณเป็นคนสนุกสนานตามกาลเทศะก็ได้ เพราะจริงๆ คุณสนุกได้ทุกสถานการณ์ แต่ถ้ามีเรื่องหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเข้ามาเกี่ยวข้องคุณก็เลือกที่จะทำสิ่งที่สำคัญก่อนเสมอ เรื่องที่จะสนุกสนานเกิดเหตุคงไม่ต้องห่วง เพราะคุณรู้ว่าคุณทำอะไรอยู่ ถือว่าคุณเป็นคนที่รู้จักสนุกสนานนั่นเอง

 13 คะแนนขึ้นไป

 ชีวิตของคุณคือความสนุกสนาน อะไรไม่สำคัญของฉันรื่นรมย์ก่อนเป็นพอ ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาพลังของความสนุกสนานมาจากไหน ชีวิตนี้ถ้าขาดความสนุกสนานไป คุณคงเฉาตายแน่นอน มันก็ดีที่คุณมองเรื่องทุกอย่างเป็นเรื่องสนุก จะได้ไม่เครียด แต่ระวังการงานจะเสีย โดนเด้งไม่รู้ด้วยนะ


  C:\fakepath\